1.ไม้สักคุณภาพดีที่สุดสำหรับนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ อายุต้องไม่ต่ำกว่า 30 ปี

ไม้สักที่สามารถนำมาทำเฟอร์นิเจอร์นั้น ควรมีอายุไม่น้อยกว่า 30 ปี เพราะจะได้เนื้อไม้สีเหลืองทองสวย เสี้ยนตรง เลื่อน ใส กบ ตบแต่งได้ง่าย

 

2.ไม้สักทอง คือ “ราชินีแห่งไม้” หรือ Queen of Timbers 

1.ไม้สักทอง

เป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันแพร่หลายทั่วโลก อันเนื่องมาจากเนี้อไม้มีคุณภาพสูง เป็นไม้ที่มีสีสันและลวดลายธรรมชาติที่งดงาม ไม้สักชนิดหนึ่งสี่ของเนี้อไม้จะเป็นสีน้ำตาลทอง และมีลวดลายสีดำ เนื้อไม้ของไม้สักค่อนข้างที่จะละเอียด มีเสี้ยนตรง น้ำหนักเบา ทำให้ง่ายต่อการเลื่อย ไส และตบแต่ง แต่ก็มีความแข็งแรงพอสมควร

เนื้อไม้จะมีสีเหลืองทอง ส่วนใหญ่พบในป่าโปร่งชื้้น ดินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ การแตกของเปลือกเช่นเดียวกับสักหยวก อยู่ในที่ที่แห้งชื้น เรือนยอดสมบูรณ์ ใบมีขนาดกลาง เนื้อไม้จะเป็นเส้นตรง ผ่าง่าย มีความแข็งแรกกว่าสักหยวก สีเข้ม เป็นสีน้ำตาลเหลือง หรือที่เรียกกันว่าสีทอง ในบรรดาไม้สักทั้ง 5 ชนิด ไม้สักทองได้รับฉายาว่าเป็น "ราชินีแห่งไม้" หรือ "Queen of Timbers" เป็นไม้ที่มีคุณภาพดีที่สุดของโลกที่ธรรมชาติมอบให้แก่คนไทยและประเทศไทย

2.ไม้สักหยวก

เนื้อไม้จะมีสีขาว พบในป่าโปร่งชื้้น และริมห้วย ต้นตรง เปลือกแตกเป็นร่องตื้นแต่ยากตรง เรือนยอดสมบูรณ์ ใบมีขนาดกลาง เนื้อไม้หรือแก่น ถากหรือฟันได้ง่าย ไม้สักหยวก และไม้สักทองจะอยุ่ในทำเลที่คล้ายกัน และมีลักษณะภายนอกคล้ายกัน แต่ก็สามารถสังเกตได้อีกเล็กน้อยก็คือ ร่องของเปลีอกไม้สักหยวกจะกว้างกว่าไม้สักทอง แต่แตกเป็นร่องตรงเหมือน ๆ กัน

3.ไม้สักไข

เนื้อไม้จะมีสีอ่อนและลักษณะเป็นมัน พบในป่าโปร่งแล้งเป็นส่วนมาก เจริญเติบโตช้า ร่องของเปลือกลึกและตัวเปลือกเป็นสันกว้างระหว่างร่อง ลำต้นตรงเปลา แต่มีลักษณะแกร็น ๆ พุ่มของเรือนยอดบอบบาง แต่ก็มีใบเต็ม จะทราบได้ว่าเป้นสักไขก็ต่อเมื่อถึงมือช่างไม้ เพราะเนื้อไม้จะมีไขปน ยากแก่การขัด และทาแล็กเกอร์ สีของไม้สักไขจะมีสีน้ำตาลเข้มปนเหลือง

4.ไม้สักขี้ควาย

เนื้อไม้จะออกสีคล้ำ ไม้สักพวกนี้จะเกิดอยู่ในที่ค่อนข้างแล้งในป่าผสมผลัดใบต่าง ๆ และมักจะพบอยู่ในบริเวณรอยต่อ (Transition zone) ของป่าโปร่งผลัดใบต่าง ๆ และป่าแพะลักษณะของเรือนยอดมักจะไม่สมบูรณ์ ลำต้นจะตายบ้าง กิ่งหรือเรือนยอดแห้งตายไปบ้างกิ่งสองกิ่งลักษณะของเปลือกแตกเป็นร่องไม่สม่ำเสมอ ขาดเป็นตอน ๆ และมีร่องลึก ลักษณะไม่สมบูรณ์ จะทราบแน่ว่าเป็นสักขี้ควายก็ต่อเมื่อโค่นลงมาเลื่อยดู ก็จะเห็นได้ชัดว่า เนื้อไม้จะมีสีเขียวปนน้ำตาลแก่ หรือ น้ำตาลอ่อน

5.ไม้สักหิน

พบในป่าโปร่งแล้งในระดับสูง การแตกของเปลือกเป็นร่องลึกและเรือนยอดดูไม่ค่อยแข็งแรง ใบเล็กกว่าปกติ จพทราบได้แน่นอนเมื่อมีการโค่นล้ม หรือตบแต่งโดยพวกโค่นล้มเลื่อย และช่างไม้ เพราะเนื้อไม้จะแข็งกว่าไม้สักทั่วไปและเปราะ สีของเนื้อไม้จะมีสีน้ำตาลเข้ม

3.ประเทศไทยคือ แหล่งผลิตไม้สักคุณภาพดีที่สุด

ไม้สักเป็นไม้ป่าเขตร้อน มีแหล่งธรรมชาติจำกัดอยู่เฉพาะในประเทศอินเดีย พม่า ไทย (เฉพาะในภาคเหนือ) ลาว (เฉพาะส่วนที่ติดต่อกับภาคเหนือของไทย) และอินโดนีเซีย (ในภาคกลาง และภาคตะวันออกของเกาะชวา) เท่านั้น

ไม้สักในไทย มีแหล่งสำคัญอยู่ในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน เนื่องจากได้มีการทำไม้สักออกจากป่า เพื่อหารายได้ให้แก่ประเทศอย่างต่อเนื่อง มาเป็นเวลานานกว่าศตวรรษ และจำนวนประชากรในประเทศได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา ทำให้ป่าสักธรรมชาติทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้พื้นที่ป่าสักก็ถูกบุกรุกทำลาย เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย และทำกิน อย่างกว้างขวาง พื้นที่ป่าสักธรรมชาติที่มีอยู่ จึงลดลงอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันพื้นที่ป่าสักในประเทศไทยเหลืออยู่ไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ประเทศไทยครั้งหนึ่งได้ชื่อว่า เป็นผู้ผลิตและส่งออกไม้สักรายใหญ่ของโลก บัดนี้ได้ลดปริมาณการผลิตไม้สักลงอย่างมาก จนไม่พอ แม้แต่ที่จะนำมาใช้สอยภายในประเทศ และได้เริ่มมีการนำเข้าไม้สักจากต่างประเทศ

4.ปลวกและมอด ไม่ทำอันตรายไม้สัก

ในเนื้อไม้จะมีสารเคมีพิเศษอยู่ชนิดหนึ่ง ชื่อว่า O-cresyl methyl ether ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ของกรมป่าไม้

5.ทองคำ ในไม้สักทอง 

ในเนื้อไม้สักทอง พบว่ามีสารแร่ทองคำ ปนอยู่ประมาณ 0.5 ppm. (ไม้สักทองประมาณ 26 ต้น ถ้าสกัดจะได้ทองคำหนัก 1 บาท)

6.ต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก

อุทยานแห่งชาติต้นสักใหญ่ อยู่ที่หมู่ 4 บ้านปางเกลือ ตำบลน้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ภายในมีต้นสักใหญ่ ซึ่งได้ถูกพบเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2470 มีอายุประมาณ 1,500 ปี ความยาวรอบต้น 1007 เซนติเมตร วัดเมื่อ 18 มิถุนายน 2543 แม้ส่วนยอดถูกพายุพัดหัก ลำต้นส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพเดิมโดยได้รับการดูแลรักษาให้มีความแข็งแรงสมบูรณ์ และในวนอุทยานต้นสักใหญ่ยังมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 2 กิโลเมตร

ปัจจุบัน พบว่าต้นสักใหญ่มีอัตรการเจริญเติบโตเส้นรอบลำต้นเฉลี่ย 1.2 เซนติเมตร ต่อปี (วัดที่ความสูง 1.3 เมตร จากพื้นดิน)