เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องทนทานกับทุกสภาพพอากาศ เพราะต้องโดนทั้งแดด ทั้งฝน ทั้งฝุ่น และยังรวมถึงต้องพร้อมรับมือกับการใช้งานจริงที่จะเกิดปัญหา จากเศษอาหารหรือเครื่องดื่ม ที่อาจหกเลอะเป็นคราบอยู่หรือฝุ่นละอองที่ปลิวมาติดอยู่ในเนื้อผ้าเบาะ รังสียูวีจากแดด หรือแม้แต่หมอก น้ำค้างหรือฝนที่ตกลงมา สร้างความเสียหายให้เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง ส่งผลให้ไม่สวยงามและย่นอายุการใช้งานให้สั้นลงได้

วันนี้ Modern Outdoor จึงมีวิธีการทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งให้สวยใหม่อยู่เสมอ รวมถึงวิธีดูแลรักษาเบื้องต้นมาฝากกัน เพียงแค่ทำให้ถูกวิธีตามเฟอร์นิเจอร์แต่ละประเภท เฟอร์นิเจอร์ของคุณก็จะใหม่อยู่เสมอ

1.หวาย (Wicker)

การทำความสะอาด

  • ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นที่มีหัวแปรงปัดฝุ่น หรือใช้แปรงทาสีแห้งๆ ปัดเพื่อขจัดฝุ่นละอองต่างๆออก
  • ใช้น้ำสบู่อ่อนๆทำความสะอาด จากนั้นล้างออกและเช็ดให้แห้ง
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำปริมาณมาก เพราะจะทำให้เส้นใยของหวายเปราะ

การดูแลรักษา

  • ใช้กระดาษทรายละเอียดขัดพื้นผิวเบาๆ เพื่อขจัดสีที่หลุดร่อนและใช้สีซ่อมรอยถลอกของเฟอร์นิเจอร์ เท่าที่จำเป็น
  • การเคลือบพื้นผิวหวายมักใช้น้ำมันชักเงาใสๆ หรือทาสี หรือทำทั้งสองอย่าง จะช่วยปกป้องพื้นผิวได้
  • ควรตั้งเฟอร์นิเจอร์หวายในบริเวณที่มีหลังคาคลุม

2. เฟอร์นิเจอร์ไม้ (Wood) ไม้ที่นำมาทำเฟอร์นิเจอร์นอกบ้าน ส่วนใหญ่จะทนทานต่อการผุกร่อนและสภาพอากาศ แม้น้ำยาจะช่วยถนอมสีของไม้ และป้องกันการผุกร่อนได้ แต่ไม่ใช่สิ่งจำเป็นมากนัก ส่วนไม้ที่ยังไม่ได้ขัดเงา เมื่อใช้ไปนานๆ จะมีความมันวาว เป็นสีเทาออกเงิน จำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่

การทำความสะอาด

  • ขจัดคราบสกปรกหรือเชื้อรา โดยผสมน้ำร้อน 1 แกลลอน กับสารฟอกขาวแบบผง ใช้แปรงขนสั้นนุ่มๆขัดบริเวณที่มีคราบ และล้างออก
  • การขจัดคราบสนิมหรือมูลนก ให้ขัดเบาๆด้วยกระดาษทรายละเอียดตามลายเนื้อไม้ ถ้าคราบใหญ่เกินกว่าที่จะขัด ให้ผสมน้ำร้อนกับผลึกกรดอ๊อกซาลิก(หรือสารฟอกสีไม้) ใช้แปรงขนสั้นนุ่มๆทา และล้างออก
  • อย่าใช้สารฟอกขาวที่มีคลอรีน เพราะจะไปทำลายเส้นใยไม้

การดูแลรักษา

  • อันดับแรกต้องทำความสะอาดพื้นผิว และใช้กระดาษทรายขัดน้ำยาขัดเงาที่มีอยู่ออก
  • ทาสีซ่อมรอยถลอกเท่าที่ต้องการ
  • ทาน้ำยาเคลือบไม้แบบกันน้ำ ที่มีสารกำจัดเชื้อราผสมอยู่ ควรทาซ้ำทุกๆ 1-3 ปี ซึ่งการยาผิวไม้นี้จะช่วยป้องกันรังสียูวี ฝุ่นละออง และความชื้นได้

3.โลหะ (Metal) โดยส่วนใหญ่จะเกิดสนิมไม่ว่าจะเป็นการหลอม ตีขึ้นรูป หรือหล่อจากแม่พิมพ์ ยกเว้นอะลูมิเนียมที่มีคุณสมบัติกันสนิมได้

การทำความสะอาด

  • ใช้น้ำสบู่อ่อนๆขัดและล้างออก
  • เช็ดให้แห้ง
  • การกำจัดคราบสนิมหรือเชื้อรา ให้ใช้กระดาษทรายละเอียดขัดบริเวณที่เป็นสนิมหรือเชื้อราเบาๆ แล้วเช็ดให้สะอาด
  • ทาสีซ่อมรอยบางๆหลายชั้นถ้าต้องการ โดยรอให้สีแห้งก่อนจะทาทับอีกชั้น ความชื้นอาจมีผลต่อสี

การดูแลรักษา

  • ทาน้ำยาเคลือบคุณภาพดีด้วยผ้าที่ไม่เป็นขุย
  • ห้ามใช้แปรงที่มีขนที่ทำจากโลหะขัดถู เพราะจะทำให้เกิดริ้วรอยบนผิวหน้าโลหะ ให้ใช้ใยขัดที่ทำจากไนล่อนแทนได้ เช่น แผ่นใยที่ใช้ล้างจาน
  • หมั่นตรวจหาสนิม โดยเฉพาะในบริเวณที่มองไม่ค่อยเห็น
  • หากเป็นสแตนเลสจะมีข้อควรระวังและวิธีดูแลมากขึ้นอีก คือ ไม่ควรวางเฟอร์นิเจอร์ไว้ในบริเวณที่มีโอกาสสัมผัสกับน้ำทะเลหรือน้ำเกลือริมสระน้ำโดยตรงเพราะจะโดนกัดกร่อนจากความเค็ม และ ห้ามใช้สารทำความสะอาด ที่มีส่วนผสมของกรด เกลือคลอไรด์ หรือโซดาไฟ หรือสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน อย่างน้ำยาทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ทำความสะอาดผิวสเตนเลสเด็ดขาด

4. พลาสติก (Plastic) โดยทั่วไปเฟอร์นิเจอร์พลาสติกเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทนทุกสภาพอากาศ ทั้งที่ผลิตจากโพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC) และโพลีเอทีลีน (PE) ซึ่งพลาสติกเหล่านี้ผลิตมาพร้อมกับสารเติมแต่งที่เป็นสารเคมี สารกรองรังสีอุลตราไวโอเลต และสารฆ่าเชื้อรา สามารถดัดเป็นรูปร่างเลียนแบบไม้ หวาย และวัสดุอื่นๆ เช่น สายคาดที่นำมาสานเป็นเก้าอี้ และสายโยงต่างๆ

การทำความสะอาด

  • ใช้น้ำสบู่อ่อนๆขัดและล้างออก แล้วเช็ดให้แห้ง
  • คราบสกปรก หรือเชื้อราที่ฝังแน่น ลองใช้น้ำยาที่มีน้ำ 10 ส่วนต่อสารฟอกขาวที่มีคลอรีน 1 ส่วน

การดูแลรักษา ครีมทาป้องกันแสงแดดที่ตกค้างอาจทำให้พลาสติกบางอย่างสีซีดได้ ดังนั้น หลังจากถูกแดด ควรใช้ผ้าเปียก และน้ำสบู่อ่อนๆเช็ดเฟอร์นิเจอร์ทันที

5. ผ้า (Fabric) ผ้าที่ใช้สำหรับงานกลางแจ้ง มักจะได้รับการออกแบบมาให้ทนทานต่อแสงแดด คราบสกปรก ความชื้นและเชื้อราอยู่แล้ว

การทำความสะอาด

  • ผ้าคลุมที่ถอดออกได้สามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าในน้ำเย็นโดยใช้น้ำยาซักผ้าที่ปราศจากสารฟอกขาว แล้วผึ่งลมให้แห้ง
  • ส่วนการทำความสะอาดเชื้อราจากผ้าย้อมน้ำยา ให้ผสมน้ำอุ่น 1 แกลลอน กับสารฟอกขาว 2 ช้อนโต๊ะ พรมน้ำในบริเวณที่มีคราบเปียก และใช้แปรงขนสั้นนุ่มๆ ขัด ล้างออก และผึ่งลมให้แห้ง

การดูแลรักษา

  • หมั่นปัดฝุ่นละอองและเศษต่างๆเป็นประจำ
  • เช็ดคราบเปื้อนทันทีด้วยผ้าชุบน้ำ
  • ผ้าบางอย่างจะเคลือบผิวกันน้ำ การบำรุงรักษาเคลือบผิวบนผ้า ให้ทำความสะอาดผ้าและตากให้แห้ง แล้วทาน้ำยาเคลือบผ้า (Fabric protector) เช่น 303 High Tech Fabric Guard (ไม่เหมาะกับไวนิล หรือพลาสติก) แล้วต้องรอให้แต่ละชั้นแห้งก่อนทาทับ ควรทำซ้ำปีละครั้ง หรือเมื่อใดก็ตามที่น้ำไม่ก่อตัวเป็นหยดกลมๆบนพื้นผิวแล้ว

เมื่อทราบเคล็ดลับในการทำความสะอาด และดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งกันไปแล้ว หวังว่าจะได้ประโยชน์กันบ้างไม่มากก็น้อย แล้วเฟอร์นิเจอร์ของคุณก็จะสวยงาม ไม่มีวันเก่าเลยค่ะ

ภาพประกอบจาก ผลงาน Modern Outdoor